บทที่ 5 เรียกเขา
เมื่อได้ยินคำรับรองของอลีนา กรณ์ก็ไม่ได้รู้สึกวางใจเท่าไรนัก
นอกจากแพทย์ประจำตระกูลของเขาแล้ว มันก็ยากจริง ๆ ที่จะเชื่อว่าคนอายุน้อยขนาดนี้จะมีฝีมือการรักษาที่เก่งกาจสักแค่ไหนกันเชียว?
เมื่อเห็นท่าทีของกรณ์ อลีนาก็เลิกคิ้วขึ้น "คุณไม่เชื่อ? ก็ดี! งั้นก็รีบติดต่อครอบครัวให้มารับคุณไปรักษาที่โรงพยาบาลซะ จะได้ไม่ต้องมาเป็นภาระฉันอีก"
กรณ์เม้มปากแน่น
ถ้าจะให้คนมารับเขากลับไปตอนนี้ ก็ดูจะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
"แขนกับขาของผม เมื่อไหร่จะหาย?"
"ไม่แน่ใจ"
เมื่อได้ยินคำตอบนั้น กรณ์ก็เริ่มโมโห "ไหนคุณบอกว่ารักษาให้หายได้ไง แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาบอกว่าไม่แน่ล่ะ?!"
อลีนาละมือจากการจับชีพจรทันที "ระวังท่าทีของคุณหน่อย ความใจดีของฉันไม่ได้มีให้พร่ำเพรื่อนะ เอาโทรศัพท์มา ฉันจะโทรให้ที่บ้านคุณมารับกลับไปเดี๋ยวนี้เลย"
รู้อย่างนี้ไม่น่าช่วยไว้เลย เจ้านี่มันเอาใจยากชะมัด นึกว่าตัวเองเป็นเทวดามาเกิดหรือไง รีบ ๆ ส่งกลับไปจะดีซะกว่า!
กรณ์ตอบเสียงอ่อย "ผมไม่รู้เบอร์ใครทั้งนั้น"
อลีนาเลิกคิ้ว กอดดอกจ้องหน้าเขาอย่างจับผิด
ทันใดนั้น นิน่าก็ผลักประตูเข้ามา แล้วพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ "หม่ามี้! หม่ามี้รับคุณลุงสาม สี่ ห้า กลับมาแล้วเหรอคะ?!"
อลีนาไม่ได้ตอบลูกสาว แต่หันกลับไปเค้นความจริงต่อ "สรุปคุณชื่ออะไร เป็นคนทึ่ไหน? ในข่าวบอกว่าประธานบริษัทศิริเอกที่ชื่อกรณ์ ประสบอุบัติเหตุรถชนแล้วหายสาบสูญไป ใช่คุณหรือเปล่า?"
กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "ไม่ใช่"
"ไม่ใช่จริง ๆ เหรอ?"
"หม่ามี้คะ คุณลุงสุดหล่อเขาความจำเสื่อมค่ะ"
นิน่าพูดแทรกขึ้นมาตามประสาเด็ก
"ความจำเสื่อม?" อลีนาจ้องหน้ากรณ์ "นี่คุณคิดจะเล่นมุกความจำเสื่อมใส่ฉันงั้นเหรอ?"
ในระหว่างที่โดนซักไซ้ กรณ์ก็ลองขยับมือข้างหนึ่งดู เมื่อสัมผัสได้ว่าร่างกายของตัวเองที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มนั้นเปลือยเปล่า คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที "แล้วเสื้อผ้าของผมล่ะ?"
"เสื้อผ้าของคุณมันขาดหมดแล้ว ใส่ชุดนี้ไปก่อนละกัน" อลีนาโยนถุงสองใบให้เขา
กรณ์ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม "นี่คุณเป็นคนถอดเสื้อผ้าผมเหรอ?"
"ถ้าไม่ใช่ฉัน แล้วจะเป็นใครล่ะ?" อลีนาหยิบชุดอยู่บ้านออกมาเตรียมจะสวมให้เขา
กรณ์รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ผู้หญิงคนนี้อารมณ์ร้อนเสียเหลือเกิน แถมการกระทำก็ยังห้าวหาญพอกัน
......
สุพรรณีรีบกลับบ้านมารอธงชัย ระหว่างที่เธอกำลังกล่อมลูกน้อยให้หลับใหล บรรดาแม่บ้านก็กำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดและจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส
พี่ทราย หนึ่งในแม่บ้านบ่นออกมาอย่างหัวเสีย "พวกเธอรู้ไหมว่าวันนี้ฉันไปเจออะไรมา บ้านที่ฉันไปรับงานมาวันนี้ มันหลอกลวงกันชัด ๆ ในบ้านมีแต่เด็กเปรตอยู่กันสามคน แล้วไม่ยอมเปิดประตูให้ฉันสักที ปล่อยให้ฉันรอตั้งนาน"
"น่ารำคาญจริง ๆ ในเมื่อจ้างคนมาทำงานแล้วก็ควรจะต้องมีผู้ใหญ่อยู่ที่บ้านบ้างสิ แล้วบ้านนั้นนามสกุลอะไรเหรอคะพี่ทราย พวกเราจะได้ระวังไว้ เผื่อคราวหน้าใครจะไปรับงาน"
พี่ทรายนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถ้าจำไม่ผิด... เหมือนจะนามสกุลผลิพัฒน์นะ"
สุพรรณีได้ยินเข้าพอดีก็รีบถามขึ้นมาทันที "ว่าไงนะ?"
เหล่าแม่บ้านถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
แย่แล้ว ลืมไปสนิทเลยว่าบ้านเจ้านายตัวเองก็นามสกุลผลิพัฒน์เหมือนกัน
......
อลีนาใช้เวลาจัดข้าวของภายในบ้านถึงสองวันเต็ม ๆ กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง แถมยังต้องมาคอยดูแลผู้ชายขาหักคนนั้นอีก ทำเอาเธอแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย
"เจ็ด… ได้เวลากินยาแล้ว"
อลีนาวางถ้วยยาลงบนโต๊ะ ในเมื่อตื่นแล้วก็อย่าหวังเลยว่าเธอจะยอมป้อนให้เหมือนครั้งก่อน ๆ อีก
กรณ์ขมวดคิ้วมองยาในถ้วยอย่างพะอืดพะอม ก่อนจะกลั้นใจดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วรีบดื่มน้ำตามอึกใหญ่ ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า "ทำไมคุณถึงเรียกผมว่าเจ็ด?"
อลีนายัดลูกอมใส่ปากกรณ์อย่างรวดเร็ว "ก็คุณไม่ยอมบอกชื่อ ไม่บอกที่อยู่ แล้วจะให้ฉันเรียกว่าอะไรล่ะ?"
กรณ์ถึงกับตาโตด้วยความอึ้ง เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังของอลีนาที่เดินออกไปอย่างทำอะไรไม่ได้
ผู้หญิงคนนี้… เปลี่ยนสีหน้าเร็วจริง ๆ
ผ่านไปไม่นาน อลีนาก็ยกถาดอาหารมาวางบนโต๊ะแล้วเดินออกไปอีกครั้งโดยไม่พูดไม่จา
กรณ์มองไปที่โจ๊กและกับข้าวหน้าตาแปลก ๆ บนโต๊ะ พร้อมกับคิ้วที่ขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม
......
วันนี้อลีนาตัดสินใจซื้อรถเข็นไฟฟ้าคันใหม่มาให้กรณ์นั่ง เมื่อเห็นว่าแดดกำลังดี เธอเลยเข็นเขาออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์และรับแสงแดดอ่อน ๆ สักหน่อย
เมื่อสองวันก่อน กรณ์เผลอกินผักดองเข้าไปจนเกิดอาการแพ้ ถึงขั้นมีผื่นแดงขึ้นลามไปทั้งตัว เพิ่งจะดีขึ้นนี่เอง
อลีนาแปลกใจมาก เพราะปกติน้องแชมป์ก็แพ้ผักดอง ไม่คิดว่ากรณ์จะมีอาการแพ้ที่เหมือนกันขนาดนี้
ด้วยความสงสัย อลีนาเลยแอบเอาเลือดของกรณ์ไปตรวจ DNA อย่างเงียบ ๆ และผลที่ออกมาก็คือ… กรณ์ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของเด็ก ๆ
เมื่อเห็นผลการยืนยันแบบนั้น เธอก็โล่งอกและวางใจได้เสียที
"อลีนา! นังแพศยา! มีชู้แล้วยังไม่ยอมหย่าอีกเหรอห๊ะ!"
เสียงแหลมสูงของสุพรรณีดังแว่วมาจากหน้าประตูรั้ว ทำให้อลีนาต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ตามมาเจอเร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
กรณ์ที่นั่งอยู่บนรถเข็นเงยหน้าถามด้วยความสงสัย "ใครมา?"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณจะเข้าบ้านเลยไหม หรือจะอยู่ตรงนี้ต่อ?" อลีนายิ้มบาง ๆ อย่างใจเย็น
"อยู่ตรงนี้ต่ออีกสักหน่อยแล้วกัน"
กรณ์อุตส่าห์ได้ออกมาสูดอากาศทั้งที เขาจึงไม่อยากรีบกลับเข้าไป
พุ่มไม้หนาที่หน้ารั้วบ้านบังท่อนบนของเขาไว้พอดี คนข้างนอกจึงมองไม่เห็นหน้าเขา
เจ้าตัวเล็กทั้งสามได้ยินเสียงโวยวายก็รีบพากันวิ่งออกมา "หม่ามี้ครับ ใครมาเหรอครับ?"
"แค่คนมาขายของน่ะจ้ะเด็ก ๆ พวกหนูเข้าไปข้างในก่อนนะ อย่าออกมาจนกว่าแม่จะเรียก"
อลีนารีบกันเด็ก ๆ ให้เข้าบ้านไปก่อน เธอจึงค่อยเดินตรงไปที่ประตูรั้วหน้าบ้าน
ทันทีที่เดินไปถึง เธอก็เห็นใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวของสุพรรณี และธงชัยที่ยืนอยู่ข้างหลัง
พวกเขาสืบจนรู้ว่าอลีนาพักอยู่ที่นี่ ธงชัยตั้งใจจะบุกมาตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ติดภารกิจด่วนเสียก่อน
ธงชัยสังเกตเห็นเงาของผู้ชายลาง ๆ ที่หลังพุ่มไม้ แล้วพอหันมาเห็นอลีนาที่ดูสวยสง่าขึ้นมาก เขาก็รู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที
"อลีนา! ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?"
"ไม่เกี่ยวกับคุณ"
สุพรรณีรีบพูดเหน็บแนมเสริมทัพทันที "อลีนา นังตัวดี! เธอก็มีผัวใหม่แล้ว ทำไมไม่รีบเซ็นใบหย่าให้พวกเราสมหวังซะที!"
อลีนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ตราบใดที่ฉันยังไม่หย่า เธอสุพรรณีก็เป็นได้แค่เมียน้อย เป็นของที่เชิดหน้าชูตาไม่ได้ตลอดไป!"
"อลีนา!" สุพรรณีตบประตูรั้วเสียงดังปัง! "นังหน้าด้าน! เมื่อก่อนเธอทำตัวเหลวแหลกมั่วผู้ชายจนท้องลูกไม่มีพ่อ แล้วตอนนี้คิดจะกลับมาเกาะพี่ธงชัยงั้นเหรอ?!"
แววตาของอลีนาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก "เธอว่าใครเป็นลูกไม่มีพ่อ?"
สุพรรณีถูกสายตาของอลีนาจ้องจนชาไปทั้งตัว แต่ก็ยังแข็งใจพูดต่อ "ก็ไอ้เด็กเหลือขอสามคนนั้นไง!"
อลีนาหรี่ตาลงอย่างอันตราย ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรั้ว
สุพรรณีเห็นดังนั้นก็รีบเชิดหน้าขึ้น เตรียมจะเดินเข้าไปอาละวาดข้างใน
แต่อลีนากลับยกนิ้วป้องปากแล้วผิวปากส่งสัญญาณ ทันใดนั้น สุนัขสามตัวก็พุ่งพรวดออกมาอย่างรวดเร็วราวกับภาพติดตา
สุพรรณีหวีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด "กรี๊ดดด หมา!"
ธงชัยก็ถึงกับหน้าถอดสี เมื่อโดนสุนัขตัวหนึ่งงับขากางเกงของเขาเข้าอย่างจัง จนต้องสะบัดขาหนีจ้าละหวั่น
"น้องสาม! กัดเลย! กัดคนนิสัยไม่ดีพวกนั้นเลย!" นิน่าปรบมือเชียร์
"น้องสี่ตามไปเลย! น้องห้าวิ่งเร็ว ๆ อย่าให้พวกเขารอดไปได้นะ!" น้องเบนซ์ก็ช่วยตะโกนเชียร์อีกแรง
พอได้ยินชื่อพวกนี้ คิ้วของกรณ์กระตุกยิก ๆ
น้องสาม น้องสี่ น้องห้า... แล้วเขาก็คือเจ็ดงั้นเหรอ?
ดีจริง ๆ ที่แท้ชื่อของเขาก็รันต่อมาจากลำดับสุนัขในบ้านนี่เอง
ขณะที่ฝั่งด้านนอก คนที่ถูกหมากัดจนวิ่งหนีหางจุกตูดก็คือธงชัย ที่เพิ่งจะได้กลับเข้าตระกูล นับญาติแล้วยังต้องเรียกเขาว่าลูกพี่ลูกน้อง
กรณ์จำได้ว่าตอนที่ธงชัยแต่งงาน เขายังไปร่วมดื่มเหล้าอวยพรอยู่เลย
แต่เพราะไปสายเลยไม่ทันได้เห็นหน้าเจ้าสาว แต่ได้ยินมาแค่ว่าสองเดือนต่อมาเจ้าสาวก็หนีไป แล้วธงชัยก็ไปมั่วกับน้องเมียจนมีลูกชาย
ใบหน้าของกรณ์เคร่งขรึมลงทันที อย่าบอกนะว่า อลีนาก็คือเจ้าสาวที่หนีไปของธงชัย
ธงชัยพยายามมุดขึ้นรถอย่างทุลักทุเล และในจังหวะนั้นเอง เขาก็เหลือบไปเห็นเด็กสามคนที่หน้าประตูบ้าน เขาถึงกับชะงักไปทันที หน้าตาของเด็กพวกนั้นมีความคล้ายคลึงกับเขามาก
"อลีนา เด็กพวกนั้น..." ธงชัยตะโกนถามด้วยความสงสัย
อลีนาแค่นเสียงหัวเราะอย่างรังเกียจ "วางใจเถอะ ยีนสวะ ๆ แบบคุณ ไม่มีทางให้กำเนิดเด็กที่น่ารักและเก่งขนาดนี้ได้หรอก ไสหัวไปซะ!"
"ไปให้พ้นนะ ไอ้หมาบ้า!" สุพรรณีกรี๊ดลั่น "อลีนา นังสารเลว! รีบเอาหมาออกไปนะ!"
ธงชัยรีบเปิดประตูรถ "สุพรรณี รีบขึ้นรถเร็ว!"
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังอลีนา! ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่! โอ๊ย! กัดเจ็บชะมัด! พี่ธงชัย ช่วยด้วย!" สุพรรณีด่าไปวิ่งหนีขึ้นรถไป
